โครงการ Share for Life - ปันข้าวอิ่มบุญ ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา

ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างนอกจากเราทุกคนจะต้องรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายชีวิตยังต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก งานและรายได้ที่หดหาย เลยรวมไปถึงความมั่นคงทางอาหารที่หายไป โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางอย่างผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า คนชรา ผู้ป่วยในชุมชน หรือแม้แต่พระสงฆ์ที่ให้การช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ ก็ได้รับผลกระทบ เช่นกัน 

เพราะยังศรัทธาในพลังของการแบ่งปันไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา จัดทำโครงการ Share for Life ปัน ข้าว อิ่ม บุญ เพื่อช่วยเหลือวัดที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และวัดที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้าวสารเพื่อ แบ่งปันและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ยากไร้ เด็กด้อยโอกาส และเด็กกำพร้า โดยตั้งเป้าบริจาคข้าวสารอินทรีย์ จำนวน 22,500 กิโลกรัม ให้ 15 วัด วัดละ 1,500 กิโลกรัม ผ่านการรับบริจาคเงิน เพื่อซื้อข้าวหอมมะลิ 105 ที่เพาะปลูกแบบอินทรีย์ โดยทางมูลนิธิฯ จะเป็นผู้ดูแลการจัดการและค่าขนส่งตลอดทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรยอดบริจาคเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่มีความตั้งใจดีในการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษส่งต่อข้าวสารอินทรีย์ที่ปลอดภัยกับคนกินให้ถึงวัดที่ต้องการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากจะทำให้ผู้ที่ขาดแคลนได้อิ่มท้องและยังได้ร่วมสนับสนุนเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง 

รายชื่อ 15 วัดที่รับการบริจาค
ทางมูลนิธิฯ พิจารณาคัดเลือกจากวัดที่อุปถัมภ์เด็กยากไร้ ผู้ประสบปัญหาโควิด หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ เพราะต้องการส่งต่อบุญจากความตั้งใจดีของผู้บริจาคทุกคนให้เป็นประโยชน์อย่างที่สุด


1. วัดถ้ำตะโก จังหวัดลพบุรี
เพราะเป็นสถานสงเคราะห์เด็กด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าจำนวนกว่า 200 ชีวิตที่พักอาศัย กิน นอน และเรียนอยู่ในวัด สถานการณ์โรคระบาดที่ยอดบริจาคลดต่ำลง จึงทำให้วัดขาดแคลนอาหารสำหรับเด็ก ๆ ในการดูแล

2. วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี

วัดพระบาทน้ำพุและมูลนิธิธรรมรักษ์ที่รักษาและดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้ออยู่ในการดูแลของวัดประมาณ 2,000 คน และมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหาร ยารักษาโรค ค่าบริหารจัดการ รวมทั้งค่ายาต้านไวรัสที่วัดต้องการการแบ่งเบา

3. วัดบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี
สถานที่พักพิงของเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสทั้งเด็กไทยและเด็กชาวเขาเผ่าม้งถึง 350 ชีวิต ที่ต้องมีข้าวสารติดโรงครัวไว้ไม่ต่ำกว่า 45 กระสอบต่อเดือน นอกจากนี้ วัดยังส่งเสริมอาชีพจักสานให้คนชราในชุมชนได้มีรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

4. วัดใหม่สี่หมื่น จังหวัดราชบุรี
วัดขนาดเล็กที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส 60 ชีวิต ครอบคลุมเขตอำเภอสวนผึ้ง โดยให้อาศัยอยู่กินในวัดและส่งให้เรียนหนังสืออย่างทั่วถึง

5. วัดโบสถ์วรดิตถ์ จังหวัดอ่างทอง
นอกจากจะรับเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสมายาวนาน มีเด็ก ๆ ในความดูแลที่ต้องการอาหารและของใช้จำเป็นเป็นจำนวนมาก และในสถานการณ์โรคระบาด วัดยังจัดทำศูนย์พักคอยและแยกกักตัว เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ แล้วส่งต่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

6. วัดเจ้าบุญเกิด จังหวัดอ่างทอง

อีกวัดที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าชาวเขาและเด็กกำพร้าในพื้นที่ 60 คน ดูแลการกินอยู่ของเด็ก ๆ ครบทุกมื้อ แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่ญาติโยมมาเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ น้อยลง ทางวัดจึงยังต้องการอาหารเป็นจำนวนมากในการยืนระยะดูแลเด็ก ๆ ต่อไป

7. วัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง
วัดที่ให้การอุปการะเด็กมาตั้งแต่ พ.ศ. 2485 และยังสานต่อเจตนารมย์ดั้งเดิมของหลวงพ่อฉบับผู้ริเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน โดยให้การดูแลทั้งเด็กกำพร้าและเด็กยากจนให้อิ่มท้องและได้เรียนหนังสือ

8. วัดทุ่งเหียง จังหวัดชลบุรี
วัดที่ดูแลเด็กขาดโอกาสกว่า 200 คน และสามเณรอีก 80 รูป ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและของใช้จำเป็น เพราะญาติโยมไปทำบุญที่วัดน้อยลง ในขณะที่เด็ก ๆ ยังต้องอิ่มทุกมื้อเหมือนเดิม

9. วัดไผ่เหลือง จังหวัดนนทบุรี
วัดที่ริเริ่มโครงการ “สละเงินสบายใจ ช่วยเหลือประชาชน” โดยทำการแจกข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม ให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนใกล้เคียงที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ รวมทั้งยังมีจุดแจกจ่ายที่วัด สำหรับผู้ขาดแคลนทั่วไปด้วย 

10. วัดสันติวนาราม จังหวัดเลย
โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดสันติวนารามวิทยา มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรบวชเข้ามาเรียนปีละ 160-200 รูป ซึ่งส่วนมากเป็นบุตรจากครอบครัวที่ยากจน ทางวัดจึงให้การดูแลทั้งที่พักและอาหาร รวมทั้งต่อโอกาสทางการศึกษาของเด็กที่ขาดแคลน

11. วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร
วัดที่เริ่มตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบความลำบากจากผลกระทบโควิด-19 เป็นแห่งแรก ๆ ตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช โดยได้ถวายอาหารพระภิกษุ-สามเณรภายในวัด รวมทั้งสร้างโรงทานและแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่องและยังมีความต้องการในการสนับสนุนอาหารเพื่อแจกจ่ายต่ออีกเป็นจำนวนมาก

12. วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร
อีกหนึ่งวัดที่จัดตั้งโรงทานขึ้นตามพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช โดยร่วมกับหน่วยงานในชุมชนจัดอาหารแจกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และทางวัดยังยินดีรับเครื่องอุปโภคบริโภค ที่ผู้มีจิตศรัทธาสนใจจะนำมาร่วมบริจาคเพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่ยังขาดแคลน

13. วัดโพธิ์เผือก จังหวัดนนทบุรี
โรงทานช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มารับข้าวห่อได้ฟรีได้ทุกวันในช่วงเย็น ทางวัดจึงต้องการผู้มีใจแบ่งปัน สมทบทุนเพื่อให้โรงทานยังแจกจ่ายมื้ออิ่มให้ผู้คนได้ต่อไป

14. วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม
อีกวัดที่เปิดโรงทานศีล 5 แจกอาหารฟรีแก่ประชาชนทุกวัน โดยตั้งเป้าว่าจะแจกจ่ายจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภาวะยากลำบากในสถานการณ์เช่นนี้

15. วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม
อีกหนึ่งโรงทานที่ช่วยเหลือประชาชนผ่านอาหารหนึ่งอิ่มจำนวน 500 ชุดในทุก ๆ วัน โดยกระจายให้ร้านอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ จัดการและส่งต่อให้ประชาชนมารับได้ฟรีจนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลาย ซึ่งนอกจากจะลดความแออัดในการรวมตัว ยังช่วยกระจายรายได้ให้กับร้านอาหารที่ประสบปัญหาได้อีกด้วย นอกจากนี้ ทางวัด ยังรับบริจาคข้าวสารเพื่อนำไปใส่ถุงยังชีพแจกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกทางหนึ่งด้วย

ระยะเวลาโครงการ: พฤศจิกายน - ธันวาคม

ยอดบริจาคขณะนี้
1,402 กิโลกรัม
7%
เป้าหมาย
22,500 กิโลกรัม
ร่วมบริจาค
ขั้นตอนการบริจาค
  1. ท่านสามารถบริจาคข้าวหอมมะลิ 105 อินทรีย์ ในราคา กิโลกรัมละ 50 บาท
  2. โอนเงินตามจำนวนที่ต้องการบริจาคผ่าน 2 ช่องทางดังนี้
    1. โอนเงินเข้ามูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ธนาคารกสิกรไทย สาขา บางขุนเทียนเลขที่บัญชี บัญชีออมทรัพย์ 031-2-42787-9
    2. QR payment
  3. แจ้งการบริจาคจากฟอร์มด้านล่าง หรือแจ้งผ่านทาง LINE https://line.me/ti/p/f3kqtVBHah
  4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ suthiratfoundation@gmail.com หรือโทร 098-249-9143
แจ้งโอนเงิน
ต้องการใบเสร็จเพื่อใช้สำหรับลดหย่อนภาษี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ suthiratfoundation@gmail.com หรือโทร 098-249-9143